อีกก้าวของการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดให้ได้มาตรฐานด้วย ISO 23675:2024

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์กันแดด หนึ่งในตัวเลขที่ผู้บริโภคและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญคือ ค่า SPF (Sun Protection Factor) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลข SPF ที่เราเห็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรหรือชนิดของสารกันแดดเพียงอย่างเดียว “วิธีการทดสอบ” ก็มีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์ที่ได้เช่นกัน…

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์กันแดด หนึ่งในตัวเลขที่ผู้บริโภคและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญคือ ค่า SPF (Sun Protection Factor) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลข SPF ที่เราเห็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรหรือชนิดของสารกันแดดเพียงอย่างเดียว “วิธีการทดสอบ” ก็มีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์ที่ได้เช่นกัน

📢 จาก In-house Method สู่ ISO 23675:2024

ในงานพัฒนาสูตร สามารถใช้ In-house In Vitro SPF Method เพื่อคัดกรองสูตรในเบื้องต้น วิธีนี้มีประโยชน์มากสำหรับงาน R&D เพราะช่วยให้ทีมพัฒนาสูตรสามารถทดลอง ปรับสูตร และเลือกสูตรที่มีแนวโน้มให้ค่า SPF ตามเป้าหมายได้ก่อนเข้าสู่การทดสอบในขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของวิธีทดสอบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละห้องปฏิบัติการ จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาสูตร หรือการนำผลไปใช้เป็นหลักฐานยืนยันผลการกันแดดของผลิตภัณฑ์เบื้องต้น

✨ ISO 23675:2024 อีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ของวิธีการประเมินค่า SPF ให้สูตรกันแดดในไทย

เพื่อให้การประเมิน SPF แบบ In Vitro มีกรอบวิธีการที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น จึงเกิด ISO 23675:2024 – Cosmetics — Sun protection test methods — In vitro determination of sun protection factor (SPF) ขึ้นมา

ISO 23675:2024 ใช้ Double Plate Method โดยวัดการดูดกลืนรังสี UV บนแผ่น PMMA 2 ประเภท ได้แก่ Moulded และ Sandblasted Plate เพื่อจำลองการใช้งานบนผิวหนังจริง อีกหนึ่งจุดเด่นคือการใช้ Robotic Application ในขั้นตอนการกระจายผลิตภัณฑ์บนแผ่นทดสอบ ช่วยควบคุมการเกลี่ยให้มีความสม่ำเสมอ และลดความแตกต่างที่อาจเกิดจากผู้ปฏิบัติงาน เช่น แรงกด ความเร็ว และรูปแบบการเกลี่ย

📌 ข้อเด่นของการใช้ ISO 23675:2024 ในการประเมินค่า SPF

1. ลด Operator Variability

ลดความแตกต่างที่เกิดจากผู้ทดสอบแต่ละคน เช่น แรงกด ความเร็ว และรูปแบบการเกลี่ยผลิตภัณฑ์ = มั่นใจได้ว่าเกลี่ยเท่ากันทุกแผ่น และทุกครั้ง

2. เพิ่ม Reproducibility

เมื่อขั้นตอนการทามีความสม่ำเสมอมากขึ้น ผลการทดสอบจึงมีแนวโน้มที่จะทำซ้ำได้ดีขึ้นทั้งภายในห้องปฏิบัติการและระหว่างห้องปฏิบัติการ

3. Human-Reduced Testing

ลดความอันตรายที่อาจจะเกิดกับอาสาสมัครในการทดสอบแบบ In Vivo 

✨ ISO 23675:2024 หรือ ISO 24444:2019 ใช้วิธีการไหนดีกว่ากัน?

ISO 24444:2019 เป็นวิธีการวัด SPF แบบ In Vivo โดยประเมินการป้องกันการเกิด Erythema (รอยแดง) ที่เกิดจากรังสี UV บนผิวหนังมนุษย์ และ ISO 24444:2019 ยังคงเป็นมาตรฐานฉบับปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับอย่างสากล

ทั้งสองวิธีสามารถใช้ประเมินผล SPF ในผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างได้มาตรฐานทั้งคู่ สามารถพิจารณาตามจุดประสงค์ในการทำการตลาดที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของท่านได้

  ISO 23675:2024 ISO 24444:2019
หลักการ In Vitro In Vitro
ตัวอย่างทดสอบ แผ่น PMMA ใช้อาสาสมัคร
การประเมิน Spectral absorbance / transmission Erythema response
จุดเด่น เหมาะกับการประเมินและคัดกรองสูตรอย่างเป็นระบบ เป็นวิธีอ้างอิงสำหรับการวัด SPF แบบ In Vivo
Water Resistance ไม่ครอบคลุม ต้องใช้วิธี/การทดสอบที่เกี่ยวข้องกับ water resistance